dryness

1 mins read

เกราะป้องกันผิวคืออะไร - และเหตุใดจึงสำคัญ

age bright clearing serum bottles
dryness

เกราะป้องกันผิวคืออะไร - และเหตุใดจึงสำคัญ?


ไฮไลท์หัวข้อนี้

ไลปิด แบริเออร์ปกป้องผิวของคุณ – กักเก็บความชื้นและกีดกันสารระคายเคือง

เกราะป้องกันที่ถูกทำลายจะทำให้ผิวหนังของคุณขึ้นแดง ระคายเคือง คัน และเป็นสะเก็ด

ส่วนผสม เช่น เซราไมด์ กรดไฮยาลูโรนิก และข้าวโอ๊ต สามารถช่วยให้ส่งเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงได้

ไม่เกินจริงเลย ที่เกราะป้องกันผิว หรือเรียกอีกอย่างว่า "เกราะป้องกันความชุ่มชื้น" หรือ "ไลปิด แบริเออร์" - เป็นฮีโร่ที่ถูกมองข้ามของผิวที่มีสุขภาพดี เพราะมันเป็นด่านแรกที่คอยปกป้องผิว กักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้และกีดกันสารระคายเคืองออกไป

แต่มีคนจำนวนไม่มากนักที่รู้ว่ามันช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและมีสุขภาพดียังไง ข้อความต่อไปนี้คือคำตอบสำหรับคำถามเกี่ยวกับเกราะป้องกันผิวที่ถูกถามบ่อยที่สุด!

เกราะป้องกันผิวคืออะไร?

เกราะป้องกันผิวหรือไลปิด แบริเออร์ เป็นชั้นผิวที่อยู่นอกสุดที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันร่างกายคุณจากโลกภายนอก หากบอกว่าเป็นชั้นผิวที่เซลล์เรียงตัวกันเหมือนกำแพงอิฐน่าจะนึกภาพออกกัน มันมี ลิปิด ที่ประกอบด้วยกรดไขมัน เซราไมด์ และสารให้ความชุ่มชื้นที่มีชื่อว่า Natural Moisturizing Factor (NMF) เป็นเหมือนกับ "ปูน" ที่ยึด “บล็อกอิฐ” หรือเซลล์ผิวของเราไว้ด้วยกัน

ทำไมเกราะป้องกันผิวจึงมีความสำคัญ?

เกราะป้องกันผิวที่แข็งแรงมีหน้าที่สำคัญอยู่ 2 ประการ: 1) ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวและป้องกันสารระคายเคืองและมลพิษจากสิ่งแวดล้อม หากเกราะป้องกันผิวแข็งแรง มันจะป้องกันการสูญเสียน้ำเกินขนาด (หรือที่เรียกว่าภาวะขาดน้ำ) 2) ป้องกันสิ่งคุกคามจากภายนอก เช่น รังสียูวี ความร้อน ความเย็น และสิ่งแปลกปลอม หากเกราะป้องกันผิวถูกทำลายหรือเสียหาย มันจะไม่สามารถทำงานเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วตอนนั้นคุณจะรู้ว่ามันสำคัญยังไง!

อะไรคือสัญญาณว่าเกราะป้องกันผิวที่ถูกทำลาย?

สัญญาณเตือนแรกของเกราะป้องกันผิวที่ถูกทำลายคือภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ผื่นแดง คัน และผิวหนังเป็นสะเก็ด ผิวของคุณอาจมีอาการแพ้ง่าย และอาจรู้สึกไวต่อความร้อน ความเย็น อากาศแห้ง หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางชนิดเป็นพิเศษ

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย?

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกราะป้องกันผิวของเราถูกทำลายได้จากหลายปัจจัยมาก ดังนั้น เราจะขอยกตัวอย่างเพียงตัวกระตุ้นที่พบบ่อยที่สุดเท่านั้น:

พันธุกรรมมีส่วน: ผู้ที่มีผิวแห้งมาอย่างยาวนาน มักจะมีน้ำมันมายึดเกราะป้องกันผิวน้อยอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีเกราะป้องกันผิวที่แข็งแรงนัก

การมีริ้วรอยแห่งวัย

อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ความชื้นและสิ่งแปลกปลอมในสิ่งแวดล้อม

การขัดผิวมากเกินไปหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมรุนแรงสามารถดึงไขมันออกจากผิวได้

รังสียูวี ความเครียด และสภาวะสุขภาพบางอย่างสามารถทำให้เกราะป้องกันผิวเสียหายหรือทำให้ฟื้นตัวได้ช้าลงได้

ฉันจะแก้ไขเกราะป้องกันผิวที่เสียหายได้อย่างไร?

วิธีที่เร็วที่สุดในการแก้ไขเกราะป้องกันผิวที่เสียหายคือให้รีบลงมือทำทันที! ทันทีที่คุณรู้ถึงความแห้งกร้านและการระคายเคืองที่เป็นสัญญาณของเกราะป้องกันที่ถูกทำลาย ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ทำให้ผิวรู้สึกระคายเคืองหรือแพ้ง่าย

หลีกเลี่ยงการขัดผิวจนกว่าผิวจะรู้สึกมีสุขภาพดีอีกครั้ง

มองหาส่วนผสมที่จะช่วยปลอบประโลมและช่วยเสริมเกราะป้องกันให้แข็งแรง เช่น เซราไมด์ ข้าวโอ๊ต น้ำมันพืช และกรดไฮยาลูโรนิก

ความชุ่มชื้น! โบกความชุ่มชื้นลงบนผิวทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกว่าผิวขาดน้ำ

ฉันจะรักษาเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงได้อย่างไร?

การป้องกันคือยารักษาที่ดีที่สุด และความชุ่มชื้นคือหัวใจสำคัญ ดังนั้น ให้เลือกโทนเนอร์ มอยส์เจอไรเซอร์ และครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวของคุณและใช้มันทุกวัน สุดท้าย หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น การขัดผิวมากเกินไปหรือใช้ส่วนผสมที่รุนแรง (เช่น แอลกอฮอล์หรืออะซิโตน) ที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง